ประเด็นข่าว

สกู๊ปเด็ดฮอลิเดย์: ดารา ปะทะเดือด สื่อ นี่หรือ “น้ำพึ่งเรือ..เสือพึ่งป่า”

ดารา ปะทะเดือด สื่อ 

นี่หรือ “น้ำพึ่งเรือ..เสือพึ่งป่า” 

เป็นประเด็นให้ต้องถกกันยาวอีกแล้ว จากกรณีที่ นางเอกสาว  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ จวกนักข่าวกลางวงสัมภาษณ์ ในงาน วัตสันครบรอบ 22 ปี เหตุเพราะเจอคำถามที่ว่า แฟนหนุ่ม “มิกกี้” นนท์ อัลภาชน์ คบเจนี่ในระยะเวลาไล่เลี่ยกับแฟนเก่า หลังจากนั้น สาวเจนี่ ก็เกิดอาการไม่พอใจ สวนนักข่าวกลับทันควันว่า “คำถามนี้มันน่าถามมั๊ยคะ เป็นเจนี่ไม่ถามนะ มารยาทนิดนึงอะค่ะ”  ไม่เพียงเท่านี้ สาวเจนี่ ยังโพสคลิปช๊อตดังกล่าวในไอจีส่วนตัว ซึ่งก็มีเหล่าแฟนคลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตั้งคำถาม และมารยาทของสื่อมวลชนมากมาย



จะว่าไปนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เกิดเหตุการณ์วิวาทะระหว่าง นักข่าวกับ ดาราเกิดขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อปี  2557  พลอย เฌอมาลย์ ก็เคยปรี๊ดแตก เมื่อถูกนักข่าวถามว่า 'ยายข้างบ้าน' นี่หมายถึงไฮโซรุ่นใหญ่ที่คนในแวดวงเรียกว่า 'แม่อุ๊' หรือเปล่า ด้วยพลอยไม่อยากให้นำเรื่องไปเชื่อมโยงว่าตัวพลอยนั้น เกาเหลากับใคร จึงไล่บี้ว่าแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลนั้นคือใคร และท้าให้นักข่าวออกมาหน้ากล้องทำเอาบรรยากาศการให้สัมภาษณ์มาคุ และเป็นเหตุให้ดาราสาวถูกแบนจากวงการสื่อบันเทิง 



ย้อนกลับไปอีกหลายปี ก็เคยเกิดกรณี ดาราสาว แตงโม ภัทรธิดา เหวี่ยงนักข่าว จากกรณีที่นางเอกสาวแสดงอาการไม่พอใจผู้สื่อข่าวบันเทิงและใช่ถ้อยคำต่อว่านักข่าวบันเทิงคนหนึ่งว่าหน้าไม่อาย จนทำให้บรรดาผู้สื่อข่าวทุกสำนักพร้อมใจกันแบนแตงโม หลังจากมีข่าวออกมาเธอได้โพสต์แสดงความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กของ 'พลอย-เฌอมาลย์' ว่า ตนเองไม่ผิด พร้อมแสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรงอีกว่า “ถ้านักข่าวไม่มีดาราให้สัมภาษณ์ ก็ไม่มีงาน ส่วนดารานั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งนักข่าว เพราะดังได้ด้วยความสามารถของตัวเอง”



ด้วยเหตุนี้ ทำให้นักข่าวเกิดอาการไม่พอใจอย่างหนัก ถึงขนาดแบนทุกงานที่แตงโมจะไปร่วมงาน หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้ออกมาขอโทษผ่านทางยูทูป ก่อนจะหายหน้าไปพักใหญ่ และกลับมามีละครเมื่อไม่นานมานี้ 

จาก 3 กรณีดังที่กล่าวมา ถือเป็นกรณีศึกษาได้เป็นอย่างดี ว่าเหตุที่เกิดขึ้น มันเป็นความผิดของทางไหน และใครควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อสังคม แน่นอนว่า ดารามีเรื่องกับนักข่าว โลกโซเชียล ต่างเทใจไปที่เหล่าดารา ยิ่งมีแรงสนับสนุนเยอะ บางครั้ง เหล่าคนดัง อาจจะลืมคิดไปว่า มันส่งผลกระทบแน่นอน ไม่มากก็น้อย เพราะถึงแม้จะมีแรงสนับสนุนจากแฟนคลับก็จริง แต่ในแง่ของความเป็นจริง คงไม่มีผู้จัดงานรายไหน กล้าจ้างดาราที่นักข่าวไม่ไปงานนั้นๆ ซึ่งมันส่งผลกระทบต่องานของเค้า  ถึงจะมีผู้จัดละครจ้างไปเล่นละคร แต่ในแต่ละปี จะมีซักกี่งาน แน่นอนว่ารายได้เป็นกอบเป็นกำของเหล่าคนดังส่วนมาก มาจากงานอีเว้นท์ การมีปัญหากับสื่อจนถึงขนาดถูกแบน ต้องบอกเลยว่า เสี่ยง และไม่คุ้มเอามากๆ



ทีนี้มาว่าถึงบทบาทสื่อกันบ้าง ไม่ใช่ว่าคุณมีไมค์ มีกล้อง มีปากกาแล้วจะยิงคำถามอะไรที่ไร้ซึ่งการกลั่นกรองมาจากสมองก็ได้ อย่าลืมว่า ดารา ก็คือคน มีเลือดมีเนื้อมีจิตใจ และมีความรู้สึก เป็นไปได้มั๊ย? ที่จะถามคำถามแบบรักษาน้ำใจ แม้คำถามนั้น จะเป็นประเด็นของสังคมที่จำเป็นจะต้องเค้นเอาคำตอบจากปากแหล่งข่าว แต่นักข่าวซึ่งน่าจะเป็นผู้มีความสามารถด้านการสื่อสารและการใช้ภาษา น่าจะหาภาษาดอกไม้ หรือการเลี่ยงบาลีมาถาม เพื่อรักษาน้ำใจจะดีกว่ามั๊ย?  ในส่วนของตัวดาราเองแม้จะเจอคำถามที่เกินรับได้ยังไง แต่ก็ต้องฉลาดตอบคำถามเช่นเดียวกัน หรือเรียกง่ายๆ ภาษาชาวบ้านว่า “อยู่เป็น” 

อย่าลืมว่า ดารา-นักข่าว เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า  คนที่ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ ก็น่าจะได้รับบทเรียนหรือคำตอบมาแล้ว แน่นอนเหล่าดารา มีการพิพากษาด้วยงานที่ลดลง ส่วนนักข่าวนั้นโดนพิพากษาโดยประชาชน ซึ่งก็เป็นคนนอกที่อาจจะไม่กระทบกับงานซักเท่าไหร่ เรื่องนี้คงต้องหยิบยกคำว่า “จรรณยาบรรณ” ออกมาเตือนสติ



หวังว่าเคสของ “เจนี่” กับ นักข่าว จะเป็นเคสสุดท้ายที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ตึงไปก็ไม่ดี หย่อนไป คนผิดก็ไม่สำนึก งั้นเอางี้มั๊ย ?  พบกันคนละครึ่งทาง นักข่าวถามคำถามที่ดีกว่านี้ ดาราเองก็ตอบคำถามให้ดีกว่านี้ ยังงัยซะ “ทางสายกลาง” ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน ก็น่าจะเป็นคำตอบให้กับทุกเรื่องได้ 

“กีต้าร์ โซโล่”