ประเด็นข่าว

ปม 2 สาว “มะนาว-มิ้ง” ความเครียดเป็นเหตุให้แท้งลูกได้ จริงหรือ??



ใครที่ติดตามข่าวที่เป็นกระแสสังคม 2 ข่าวดัง กรณีที่ดาราหนุ่ม “กัปตัน ชลธร” ทำอดีตแฟนสาว “มิ้ง ศวภัทร” ท้อง แต่หลังจากนั้นได้มีการสืบสาวราวเรื่องทั้งหมด จากโลกโซเชียล จนเกิดวลีฮิต #มิ้งโป๊ะแตก ขึ้นมา และในภายหลังฝ่ายได้ออกมาเปิดเผยว่า “แท้งลูก” เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากเกิดภาวะความเครียดสูง ส่วนฝ่ายชายได้ดำเนินคดีความตามกฏหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งตรงนี้ยังอยู่ในกระบวนของศาล



อีกกรณีที่เป็นข่าวครึกโครมไม่แพ้กัน คือสาว “มะนาว” วิวาห์ล่ม ที่โลกโซเชียลแชร์กันให้ว่อน เรื่องของสาวรายหนึ่งขึ้นเวทีแต่งงานโดยไร้เงาเจ้าบ่าว จากนั้น ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายได้ไปเปิดใจผ่านรายการดัง จึงทราบสาเหตุของที่มางานแต่งว่า “เจ้าสาวท้องก่อนแต่ง” แต่เจ้าบ่าวไม่แน่ใจว่าเป็นลูกของตัวเอง บวกกับมีแฟนอยู่แล้ว จึงหนีงานวิวาห์ตามที่เป็นข่าว ซึ่งจากความเครียดที่รุมเร้า ทำให้สาวมะนาว ออกมาเปิดใจอีกว่า ตนเอง “แท้งลูก” เป็นที่เรียบร้อย พร้อมงัดหลักฐานทางการแพทย์ออกมาชี้ชัดว่าตนท้องจริงๆ 

ทั้งกรณีที่ท้องจริงหรือไม่นั้น ทางเราไม่ขอไประบุ หรือตัดสินอะไร ปล่อยให้หลักฐานและความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่เราจะมาวิเคราะห์กันในแง่ของ “ความเครียด” ว่าเป็นเหตุ ให้คุณแม่ที่ท้อง แท้งลูกได้จริง หรือไม่ เพื่อเป็นแนวทาง หรือเป็นประโยชน์ให้กับคุณแม่ท่านอื่นๆ 

ซึ่ง สิริลักษณ์ อุทยารัตน์ อดีตนักเขียนหนังสือเด็ก ที่สนใจใคร่รู้ในเรื่องพัฒนาการเด็ก และอยากแบ่งปันประสบการณ์ให้กับคุณแม่ คอลัมนิสต์ ของเว็บไซต์ theasianparent ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า 



“ความเครียดในชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นสาเหตุของการแท้ง งานวิจัยต่างๆ ไม่สามารถระบุความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดปกติของชีวิตสมัยใหม่กับการแท้งได้ เนื่องจาก สาเหตุของการแท้งส่วนใหญ่นั้นไม่แน่ชัด มากกว่าครึ่งหนึ่งของการแท้งบุตรในช่วงไตรมาสแรกที่เกิดจากการผิดปกติของโครโมโซมในไข่และคุณไม่สามารถทำอะไรได้เลย

แต่ความเครียดที่รุนแรงจากปัญหารุนแรงทางการเงิน การหย่าร้าง หรือการเสียชีวิตของคนที่คุณรัก สามารถส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ งานวิจัยระบุว่า คุณแม่ที่เครียดจัดเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงของการตายคลอด 80% บางงานวิจัยพบว่า คุณแม่ท้องที่มีระดับความเครียดสูงจะส่งผลให้ลูกมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ คลอดก่อนกำหนด และเพิ่มความเสี่ยงของโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้ในภายหลัง"


แต่ที่นี้จะทำอย่างไร ถึงจะบรรเทาความเครียดได้ ให้ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้


1. ระบายมันออกมา

ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกเครียด ควรระบายมันออกมาให้สามี หรือคนในครอบครัวฟัง การได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นในใจจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น หรือหากคุณแม่ได้คุยกับคุณแม่ท้องคนอื่นๆ คุณแม่จะพบว่า คุณแม่ท้องคนอื่นก็มีความรู้สึกแบบเดียวกับคุณแม่เช่นกัน ทำให้คุณแม่ลดความกังวลลงได้



2.รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

การรับประทานผิดประเภทสามารถเพิ่มความเครียดได้ ในทางกลับกันความเครียดและความวิตกกังวลก็มีผลต่อความอยากอาหารของคุณเช่นกัน การรับประทานวิตามิน โอเมกา-3 และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มขึ้นช่วยทำให้คุณแม่อารมณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะโอเมกา-3 มีประโยชน์อย่างยิ่งในการลดภาวะซึมเศร้า โอเมกา-3 พบในปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน หรือน้ำมันปลาอื่นๆ ทริปโตเฟนซึ่งพบใน ถั่ว ไก่ ชีส และปลา ช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น โดยช่วยเพิ่มระดับของเซโรโทนิน และเมลาโทนินในสมอง สารเคมีในสมองเหล่านี้จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีและมีความสุข



3.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์เป็นการบริหารความเครียดอย่างหนึ่ง การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ดีมากสำหรับแม่ท้อง ช่วยรักษารูปร่างโดยที่ไม่มีแรงกดที่ข้อต่อต่างๆ มากเกินไป หรือหากคุณแม่ไม่สะดวกที่จะว่ายน้ำ คุณแม่อาจเพียงแค่เดินรับอากาศบริสุทธิ์สัก 20 นาที หรือในที่ทำงาน คุณแม่อาจพักเบรกสั้นๆ และเดินไปรอบๆ เพียงไม่กี่นาที ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้



4.ไปนวด

คุณแม่ท้องสามารถนวดผ่อนคลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ เพียงแต่คุณแม่ต้องบอกให้ผู้นวดทราบว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์อยู่ค่ะ การนวดบริเวณหลังส่วนล่างจะช่วยลดความเครียด การนวดแบบอโรมาก็ช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายได้เช่นกัน แต่คุณแม่ต้องแน่ใจว่า น้ำมันที่ใช้นั้นปลอดภัยต่อคนท้อง



5.ทำสมาธิ หรือโยคะ

การทำสมาธิ หรือโยคะเป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณแม่สามารถบรรเทาความเครียดได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การทำสมาธิช่วยลดฮอร์โมนความเครียดได้ เพียงนั่งในที่เงียบๆ หลับตาและโฟกัสที่ลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออก ทำไหล่ให้ผ่อนคลาย ควรฝึกวันละ 20 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน



6.น้ำมันลาเวนเดอร์ช่วยให้จิตใจสงบ

คุณสามารถพกน้ำมันลาเวนเดอร์ขวดเล็กๆ ไว้ในกระเป๋าสตางค์และผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์โดยหยดน้ำมันลาเวนเดอร์ลงบนข้อมือ หรือใช้เพียงไม่กี่หยดในการนวดไหล่และคอของคุณ



7.สร้างพลังด้วยคำพูด

เทคนิคนี้ใช้ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ในการลดความเครียด เพียงคุณต้องหาคำพูด วลี หรือประโยคเด็ดที่จะสร้างพลังให้กับคุณ เมื่อรู้สึกเครียดให้พูดวลี หรือประโยคนั้น เป็นเหมือนคำสั่งง่ายๆ ที่จะวิ่งไปยังสมองของคุณ และมันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น



 รู้อย่างนี้แล้ว คุณแม่ท้องต้องพยายามไม่เครียดมากเกินไป จะได้ไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อยในท้องนะคะ